ในอดีต...มีผู้คนมากมายต้องเสียชีวิตจากการเข้ารับการผ่าตัด  สาเหตุก็เนื่องมาจากการทนพิษบาดแผลไม่ไหว  และยังมีอีกหลายคนที่ยอมเสี่ยงทนทุกข์จากโรค  เพื่อหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยการผ่าตัด  เนื่องจากไม่อยากเจ็บปวดและทนทรมานจากบาดแผลผ่าตัด  เพราะสมัยก่อนนั้นยังไม่มีการใช้ยาสลบ  เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บของผู้ป่วยนั่นเอง

10

            ความจริงจะว่าไปแล้ว  “ยาสลบ”  นับเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในวิชาด้านการแพทย์ศัลยศาสตร์  โดยมีมากว่า 200 กว่าปีแล้ว   ในยุคแรก ๆ นั้น แพทย์ได้ใช้ฝิ่น  มอร์ฟีน แอลกอฮอล์รวมไปถึงวิธีการสะกดจิต  เพื่อช่วยให้คนไข้เบียงเบนให้คนไข้ลืมความเจ็บปวดจากการผ่าตัด  ต่อมาจึงได้มีการใช้ "ก๊าซไนตรัสออกไซด์"  หรือเรียกกันว่า “ก๊าซหัวเราะ”  เนื่องจากสูดดมแล้วให้ความรู้สึกเคลิ้มสุขหรือครึ้มใจ

09

            แต่ใช่ว่าก๊าซไนตรัสออกไซด์นี้จะสามารถนำมาใช้เป็นยาสลบได้เป็นอย่างดีซะทีเดียว  เพราะเนื่องจากประสิทธิภาพของมันไม่สามารถทำให้คนไข้หมดสติได้นาน  ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ระหว่างการผ่าตัดจนกระทั่งมีผู้นำเอาสารเคมี อย่าง “อีเทอร์” มาใช้เป็นยาสลบ โดยผ่านทางวิธีการสูดดมเป็นครั้งแรกในการผ่าตัด  นั่นก็คือ “วิลเลียม  มอร์ตัน”  (William T. G. Morton)  ทันตแพทย์ชาวอเมริกัน

01 William T. G. Morton

            วิลเลียม  มอร์ตัน  เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1819  ณ เมือง Charlton  รัฐ Massachusetts  ประเทศสหรัฐอเมริกา  ก่อนที่เขาจะมาเป็นทันตแพทย์นั้น  มอร์ตันได้เคยประกอบอาชีพอื่น ๆ มาแล้วหลายอย่าง  ทั้งเสมียน  ช่างพิมพ์ หรือแม้กระทั่งเป็นพนักงานขายอยู่ที่เมืองบอสตัน  

            มอร์ตันเป็นทันตแพทย์ที่มีชื่อเสียงด้านการประดิษฐ์และพัฒนาฟันปลอม  โดยเฉพาะการเชื่อมฟันปลอมเข้ากับแผ่นทองคำ แต่ปัญหาการใส่ฟันปลอมในสมัยนั้นอยู่ที่ต้องถอนฟันเก่าชุดเก่าให้หมดออกเสียก่อน  ซึ่งหากต้องทำการถอนฟันทั้ง ๆ ที่คนไข้ยังมีสติอยู่ย่อมสร้างความรู้สึกเจ็บปวดและหวาดกลัวให้แก่คนไข้  ทั้งยังทำให้ทันตแพทย์ทำงานลำบากขึ้นอีกด้วย  และที่สำคัญการใช้ไนตรัสออกไซด์เป็นยาสลบก็ยังให้ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร

V0018140 The first use of ether in dental surgery, 1846. Oil painting

            ดังนั้นมอร์ตันจึงความสนใจที่จะค้นคว้าหายาสลบตัวใหม่ขึ้น  โดยในปี ค.ศ 1884   มอร์ตันได้เข้าเรียนคณะแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดและได้รับคำแนะนำจากด็อกเตอร์ชาร์ลส  แจ็คสัน จากวิชาเคมี ซึ่งเขาได้กล่าวถึงองค์ประกอบยาของยาสลบของอีเทอร์

            และนั่นเองจึงเป็นจุดกำเนิดให้มอร์ตันทดลองนำอีเทอร์มาใช้เป็นยาสลบ โดยในวันที่  16 ตุลาคม ค.ศ. 1846  มอร์ตันได้แสดงการผ่าตัดต่อหน้าสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก  ณ โรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยให้คนไข้สูดดมก๊าซอีเทอร์ก่อนทำการผ่าตัดเนื้องอกที่คอทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย

03

            ผลสำเร็จจากการผ่าตัดในครั้งนี้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่วงการแพทย์เป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะด้านศัลยกรรม  เพราะนอกจากบรรเทาความรู้สึกของผู้ป่วยให้เจ็บปวดน้อยลงแล้ว  ยังทำให้การผ่าตัดนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นอีกด้วย             (มีรายงานว่า ด็อกเตอร์คลอฟอร์ด  ลอง (Dr. Crawford Long) แพทย์และเภสัชกรชาวอเมริกันเคยใช้อีเทอร์เป็นยาสลบในการผ่าตัดทำคลอดคนไข้รายหนึ่งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2385   แต่ไม่ได้มีการเผยแพร่ผลการรักษา  จนกระทั่งด็อกเตอร์คลอฟอร์ด ลอง  ได้นำข้อมูลมาเผยแพร่ลงในวารสาร The Southern Medical and Surgical Journal  เป็นครั้งแรกในปี 2411  ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่มอร์ตันได้แสดงการผ่าตัดโดยใช้อีเทอร์เป็นยาสลบกว่า 22 ปี)

04

            อีเทอร์ (Ether) สารที่ประกอบด้วยพันธะ R-O-R' โดย R และ R' เป็นหมู่แอลคิลหรือหมู่แอริล เกิดจากปฏิกิริยาการควบแน่น (condensation reaction) ของแอลกอฮอล์  ซึ่งปฏิกิริยานี้จะมีแอลกอฮอล์ 2 โมเลกุลเข้าเชื่อมต่อกันและมีการขจัดโมเลกุลของนํ้าออกไป

            อีเทอร์เป็นสารที่ติดไฟได้ง่ายเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์  ออกฤทธิ์โดยกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้หมดสติ   อีเทอร์นับเป็นยาสลบที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัย  แต่สำหรับบางบุคคลนั้น  การสูดดมอีเทอร์อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่น  โดยทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ และทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ในภายหลัง

12

            ด้วยคุณสมบัติที่ใช้ง่ายและขนย้ายติดตั้งง่าย  ทำให้อีเทอร์เป็นยาสลบที่แพทย์ใช้กันมายาวนานกว่า 100 ปี  แม้ปัจจุบันนี้วงการแพทย์จะมีการใช้ยาสลบชนิดอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติดีกว่าและปลอดภัยกว่าอีเทอร์แล้วก็ตาม  แต่ก็นับได้ว่า  การค้นพบคุณสมบัติของอีเทอร์ที่สามารถนำมาใช้เป็นยาสลบนั้น  ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของวงการแพทย์ที่ช่วยให้คนไข้ไม่ต้องประสบกับความเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด หรือเสียชีวิตเนื่องจากทนพิษบาดแผลที่เกิดจากการผ่าตัดไม่ไหวนั่นเอง

 

 

 

อ้างอิง -  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี http://www.ipst.ac.th/web/index.php -  http://th.wikipedia.org/wiki/อีเทอร์ -  สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน http://kanchanapisek.or.th -  http://chem-around.blogspot.com/

Comment

Comment:

Tweet